ReadyPlanet.com
dot
กลุ่มบริหารโรงเรียน
dot
ข้อมูลทั่วไปของโรงเรียน
dot
bulletประวัติโรงเรียน
bulletวิสัยทัศน์
dot
dot
bulletสพฐ
bulletสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต ๑
dot

dot
bulletพันธกิจ


http://www.smartschool.in.th/webpages/images/link/rajj.jpg
http://www.obec.go.th/
ครูบ้านนอกดอทคอม


สวน Bangping Zoo

 ฐานการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่างๆ

 

                                                                               

          

ความรู้ที่น่าสนใจในเรื่องสัตว์   

สัตว์แต่ละชนิดที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ มีลักษณะโครงสร้างภายนอกและภายในแตกต่างกันทำให้เราสามารถจำแนกประเภทของสัตว์ออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ 

   สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังและสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง

 

 สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตเพราะเคลื่อนที่ได้ กินอาหารได้ หายใจได้ ขัยถ่ายได้ และสามารถขยายพันธุ์ออกลูกออกหลานได้ ทำให้สัตว์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในโลกของเรามีสัตว์จำนวนมากมายหลายชนิด สัตว์แต่ละชนิดมีธรรมชาติและมีการดำรงชีวิตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างภายนอกและลักษณะโครงสร้างภายในของสัตว์นั้น

ประเภทของสัตว์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

สัตว์มีกระดูกสันหลัง  เป็นสัตว์ที่มีกระดูกต่อกันเป็นข้อ ๆ กระดูกเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแกนของร่างกาย ตัวอย่างสัตว์มีกระดุกสันหลังปลา เป็นสัตว์น้ำ อาศัยอยู่ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ปลามีรูปร่างเรียวยาว เพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนที่ในน้ำ ลำตัวของปลามีเกล็ดหรือเมือกปกคลุม ปลายหายใจโดยใช้เหงือกปลาส่วนใหญ่ออกลูกเป็นไข่ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาทู เป็นต้น แต่ปลาบางชนิดออกลูกเป็นตัวเช่น ปลาหางนกยูง ปลาเข็ม ปลาสอด ปลาฉลาม (บางพันธุ์) ครีบหางและครีบข้างลำตัวปลาช่วยให้ปลาเคลื่อนที่ไปในแนวต่าง ๆ ได้กบ อึ่งอ่า คางคก เขียด เป็นสัตว์ ครึ่งน้ำครึ่งบก ตอนเป็นไข่อยู่ในน้ำต่อมาไข่เจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนที่เรียกว่า “ลูกอ๊อด” ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำและหายใจโดยใช้เหงือก ขณะลูกอ๊อดอยู่ในน้ำเคลื่อนที่โดยใช้หางว่ายน้ำ เมื่อลูกอ๊อดเจริญเติบโตขึ้น ส่วนหางจะหายไปและมีขา 4 ขา เกิดขึ้น รูปร่างเหมือนตัวแม่โดยทั่วไป แต่มีขนาดเล็กและขึ้นมาอาศัยบนบก สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบกเมื่อเติบโตเต็มที่แล้วจะหายใจโดยใช้ปอดและผิวหนัง

จระเข้ เต่า งู จิ้งจก เป็นสัตว์เลื้อยคลานอาศัยอยู่บนบก มีหนังปกคลุมลำตัวเป็นเกล็ดแข็งและแห้ง หายใจโดยใช้ปอด สัตว์เหล่านี้ออกลูกเป็นไข่ ซึงมีเปลือกแข็ง หรือเปลือกเหนียวนิ่มหุ้ม

นก เป็ด ไก่ ห่าน เป็นสัตว์ปีก อาศัยอยู่บนบก มีขา 2 ขา และมีปีก 2 ปีก เพื่อให้บิน ลำตัวปกคลุมด้วยขนที่มีก้านหายใจโดยใช้ปอด สัตว์เหล่านี้ออกลูกเป็นไข่ ที่มีเปลือกแข็งหุ้

 

 มนุษย์ ลิง สุนัข ค้างคาว วาฬ โลมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพราะสัตว์ตัวเมียจะมีต่อมสร้างน้ำนม สำหรับเลี้ยงลูก ลำตัวปกคลุมด้วยขนที่เป็นเส้น หายใจโดยใช้ปอด สัตว์เหล่านี้ออกลูกเป็นตัว ลักษณะโครงกระดูกของลิง คล้ายโครงกระดุกของมนุษย์ 

สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 

เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกเป็นแกนของร่างกาย สัตว์บางชนิดจึงสร้างเปลือกแข็งขึ้นมาห่อหุ้มร่างกาย เพื่อป้องกันอันตราย  

ตัวอย่างสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังคือ 

พยาธิ เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีลำตัวยาวรูปร่าง กลม หรือ แบน พยาธิส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ต่าง ๆ และดูดเลือดจากสัตว์เหล่านั้นเป็นอาหาร 

กุ้ง กั้ง ปู เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีสารเป็นเปลือกแข็งหุ้มลำตัว ลำตัวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนหัว และส่วนท้อง ที่ส่วนหัวมีตา 1 คู่ มีขนาดมีส่วนท้อง มีขาที่มีลักษณะต่อกันเป็นข้อสำหรับใชดิน ว่ายน้ำ

แมลง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีสารเป็นเปลือกแข็งหุ้มลำตัว เช่นเดียวกับพวกกุ้ง กั้ง ปู แต่ลำตัวของแมลงแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง ที่ส่วนหัวมีตา 1 คู่ มีหนวดที่ส่วนอกมีขาต่อกันเป็นข้อ ๆ จำนวน 3 คู่ (6 ขา) สำหรับ เดิน วิ่ง กระโดด หรือจับอาหารกิน

ปลาหมึกทะเล เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่มีลำตัว อ่อนนุ่ม รูปร่างเรียวยาว ส่วนท้ายของลำตัวมีหนวดสำหรับว่ายน้ำ ในลำตัวของหมึกทะเล อาจมีแผ่นแข็ง ๆ เรียกว่าลิ้นทะเล ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกายหมึก 

ลิ้นทะเลคือ กระดองหมึกชนิดหนึ่ง สำหรับใช้ทำยาขัดสิ่งของ 

สัตว์ในโลกแบ่งเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตวืเหล่านี้อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยแตกต่างกันสัตว์บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำ สัตว์บางชนิดอาศัยอยู่บนบก สัตว์บางชนิดอาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ สัตว์เหล่านี้เมื่อเกิดและมีชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำอย่างอิสระตามธรรมชาติ เราจัดเป็น สัตว์ป่า ส่วนสัตว์บ้านหรือสัตว์ป่าที่คนนำมาเลี้ยงจนเชื่อง เราเรียกว่า สัตว์เลี้ยง

 สัตว์เลี้ยงมีหลายชนิด สัตว์แต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์หลายด้านแตกต่างกันไป เราสามารถจำแนกสัตว์ต่าง ๆ โดยใช้ประโยชน์ของสัตว์เป็นเกณฑ์ คือ 

1.สัตว์เลี้ยงสำหรับใช้แรงงาน เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย

2.สัตว์เลี้ยงที่ใช้เนื้อเป็นอาหาร เช่น หมู เป็ด ไก่ กุ้ง ปลา  ม้าเป็นสัตว์ที่แข็งแรง สะอาด และสามารถเจาะเลือดได้ที่ละมาก ๆ ดังนั้นเราจึงใช้ร่างกายของม้าสร้างเซรุ่มแก้พิษงูได้  สัตว์เลี้ยงเพื่อความสวยงามและความเพลิดเพลินเช่น นก ปลา สุนัข กระต่าย  สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์ เช่น หนู กระต่าย งู ม้า

 การปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยง

 1.จัดที่อยู่ให้เหมาะสมกับสภาพของสัตว์ และคอยดูแลและทำความสะอาดที่อยู่ของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ

2.ให้น้ำสะอาดและอาหารที่เหมาะสมกับธรรมชาติของสัตว์

 3.เมื่อสัตว์มีอาการผิดปกติ เช่น ซึม เบื่ออาหาร ส่งเสียงร้องผิดปกติต้องรีบดูแล และให้การรักษาพยาบาลทันที ถ้าสัตว์มีอาการผิดปกติมาก ต้องรีบให้สัตวแพทย์ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงด้วยความรักและเมตตา 

 ประโยชน์ของสัตว์

สัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่ามีประโยชน์ต่อมนุษย์คือ

1.ด้านการเกษตร  ใช้แรงงานจากสัตว์ในการทำการเกษตร เช่น วัว ควายใช้ไถนา ช้างใช้ลากซุง ลิงเก็บมะพร้าวใช้เป็นพาหนะ โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลจากเส้นทางคมนาคมจะใช้สัตว์เป็นพาหนะ เช่น วัว ควาย ใช้เทียมเกวียนบรรทุกของ ช้างม้าใช้ขี่ช่วยในการผสมเกสรดอกไม้ ทำให้เกิดเป็นผลใช้รับประทานและช่วยแพร่พันธุ์พืช เช่นผีเสื้อ ผึ้ง มิ้ม แตนใช้ทำปุ๋ย เช่น ปุ๋ยดอกไม้มาจากมูลของสัตว์ซึ่งจัดเป็นปุ๋ยธรรมชาติช่วยบำรุงดิน ทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม

 2.ด้านการแพทย์ ใช้ศึกษาโครงสร้างระบบการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต เช่น ปลา กบ หนู กระต่าย ลิง  ใช้ผลิตวัคซีน เซรุ่ม เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค เช่นม้า งู  ใช้เป็นสัตว์ทดลองเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อได้รับวัคซีน เซรุ่ม หรือสารอื่น ๆ ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ เช่น หนู กระต่าย ลิง

 3.ด้านการบริโภคและอุปโภค ใช้เป็นอาหารเช่น หมู วัว ควาย เป็ด ไก่ ปลา กุ้ง หอย  ใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม เช่น หนังของสัตว์บางชนิด เราสามารถนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มหรือ เครื่องใช้ เช่น กระเป๋า เข็มขัด ถุงมือ รองเท้า  ใช้ทำเครื่องใช้ โดยเอาส่วนต่าง ๆ ของสัตว์มาทำ เช่น เขาควาย ใช้ทำด้ามมีด 

สัตว์มีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย แต่ขระเดียวกันก็มีสัตว์บางชนิดที่เป็นโทษแก่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ ที่เป็นพาหนะใน การนำโรคติดต่อ เช่น ยุง แมลงวัน หรือสัตว์บางชนิดก็มีพิษที่สามารถทำอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวังไม่เข้าใกล้สัตว์มีพิษเหล่านั้น

การคุ้มครองและสงวนรักษาพันธุ์สัตว์

 การทำลายสัตว์ก่อให้เกิดผลเสียอย่างมากมาย ปัจจุบันรัฐบาลจึงได้ออกกฎหมาย เมื่อคุ้มครองสัตว์ป่า เรียกว่า พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535

 สัตว์ป่า หมายถึง สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสัตว์บกสัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลงหรือแมง ซึ่งเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ รวมทั้งไข่ของสัตว์ป่า

 

 สัตว์ป่าสงวน หมายถึง สัตว์ป่าที่หายากมีจำนวน 15 ชนิด

1.นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ลำตัวสีดำ มีเหลืองสีน้ำเงินเข้ม สะโพกขาวหางสั้นกลม 
2 แรด เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดใหญ่ ตาเล็ก หูตั้ง หนังหนา ประสาทดมกลิ่น และการได้ยินดีมาก
3.กระซู่ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ มีพับหนังข้ามตรงส่วนหลังของไหล่เพียงพับเดียว ผิวหนังไม่มีเม็ดนูน มีขนลำตัว ตัวผู้มีเขาขนาดใหญ่
4.กปรี หรือโคไพร เป็นวัวป่าขนาดใหญ่ ตัวสีดำ ตัวผู้มีเขาขนาดใหญ่ ส่วนปลายเขาบิดชี้ขึ้นข้างบน ปลายแตกเป็นเส้น ๆ มองเห็นเป็นพู่ ส่วนตัวเมียมีเขาเล็กกว่า ปลายไม่แตกเป็นพู่ 
5.ควายป่า ลักษณะเหมือนควายบ้านแต่มีขนาดใหญ่ เขายาว โคนเขาหนา วงเขากว้าง เท้าทั้งสี่มีมีขาวคล้ายใส่ถุงเท้า ใต้คอมีลายขาวเป็นตัววี  
6.ละอง หรือ ละมั่ง เป็นกวางขนาดกลาง ตัวสีน้ำตาลอ่อน คอยาวกว่า กวางชนิดอื่น ตัวผู้เขาโค้งปลายชี้มาด้านข้าง ตัวเมียไม่มีเขา
7.สมันหรือเนื้อสมัน เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดหนึ่งมีขนาดเล็กกว่ากวางป่า ขนสีน้ำตาล หางสั้น เขาแตกแขนงมากกว่ากวางชนิดอื่น8.เลียงผา หรือเยือง หรือโครำ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้าย แพะ ขนสีดำ ขายาวและแข็งแรง มีต่อมน้ำมันตรงส่วนหน้าของตาทั้ง 2 ข้าง มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย 
9. กวางผา เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิดหนึ่ง สีน้ำตาลแกมเทาแกมแดง 
10. นกแต้วแล้วทองดำ เป็นนกที่มีลักษณะลำตัวอ้วนป้อม คอสั้น มีขาและจะงอยปากที่แข็งแรง บินได้เก่ง แต่ไม่ชอบบิน ตัวผู้มีหัวสีดำ และท้ายทอยสีน้ำเงินแกมฟ้า ตัวเมียมีหัวสีน้ำตาลแกมเหลือง  
11.นกกระเรียน เป็นนกขนาดใหญ่มีคอยาวปีกกว้าง หางกว้างแต่สั้น
12.แมวลายหินอ่อน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวโตกว่าแมวบ้านลายคล้ายเสือลายเมฆแต่เป็นริ้วถี่ที่หางมีลายเป็นจุดดำ 
13.สมเสร็จ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำตัวตอนกลางสีขาว ส่วนหัวและท้ายสีดำ ขอบหูสีขาว จมูกและริมฝีปากบนยื่นยาวออกมาคล้ายงวงยืดหดเข้าออกได้หางสั้น 
14. เก้งหม้อ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง ขนสีน้ำตาลแก่เกือบดำ ที่หัวมีขนลักษณะคล้ายจุกสีเหลืองแซมดำ 
15.พะยูน หรือหมูน้ำ หรือดุหยง เป็นสัตว์เลี้ยงลุกด้วยนม ลำตัวอ้วนกลม มีขนเฉพาะที่บริเวณใกล้ปาก มีรยางค์หน้า 1 คู่ เป็นแผ่นคล้ายใบพาย หางแผ่เป็นแฉกกกว้างแบนลง 
   สัตว์ป่าสงวน 15 ชนิด ของไทย บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว เช่นสมัน บางชนิดก็มีอยู่น้อยมาก ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องช่วยกันสงวนรักษาไว้เพื่อให้สัตว์เหล่านี้มีชีวิตอยู่รอดและแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น 
 สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายถึง สัตว์ป่าตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจากพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าและมีไว้ในครอบครองทั้งสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ยกเว้น 
1.เพื่อการสำรวจ
2.เพื่อการศึกษา และการวิจัยทางวิชาการ
3.เพื่อการเพาะพันธุ์ 
4.เพื่อ การสงวนสาธารณะของทางราชการ และต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี กรมป่าไม้ หรือถ้าเกี่ยวกับสัตว์น้ำต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง นอกจากนี้ ยังห้ามเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับอนุญาตในการจัด ตั้งและดำเนินการสวนสัตว์สาธารณะแต่ต้องได้รับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์จาก อธิบดีกรมป่าไม้

เกร็ดน่ารู้ จดจำ 
 
สัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหารจะมีลำไส้สั้น แต่สัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารจะมีลำไส้ยาว 
ผู้ทดลองผสมเทียมได้สำเร็จเป็นคนแรก คือ สปอลลาชานี นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี  
โดยเขาได้ผสมเทียมสุนัขจนสำเร็จ 
สัตว์ที่สายตาสั้นแต่ดุร้ายที่สุดในโลก คือแรด 
ผู้ตั้งทฤษฎีวิวัฒนาการว่าด้วยการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ คือ ชาร์ล ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษ
สัตว์บกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกคือ เสือชีต้า
นกที่บินได้เร็วที่สุดในโลกคือ นกอินทรี



ข่าวประชาสัมพันธ์

สอบราคาจ้างเปลี่ยนหลังคากระเบื้องลอนคู่ พร้อมอุปกรณ์การมุง แบบ 017 ประจำปีงบประมาณ 2558
ประกาศผลการคัดเลือกครูอัตราจ้าง
โรงเรียนคลองบางปิ้งเปิดรับสมัครนักเรียน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบผู้ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
ประกาศสอบราคาซื้อคุรุภัณฑ์ดนตรี
SAR ปีการศึกษา 2555
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โรงเรียนคลองบางปิ้ง
การสอบปลายภาคเรียนที่ 2 article
การประกวดหนูน้อยนพมาศประจำปี 2555 ที่วัดบางปิ้ง
สวนคณิต
สวน เกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่"



[1]

ความคิดเห็นที่ 2 (156893)

โรงเรียนนี้น่าอยู่มากๆๆๆๆๆ ครูก็น่ารักทุกคน จาก ด.ญ ธารินันท์ ยอดเเก้ว ป.5/1

ผู้แสดงความคิดเห็น popp วันที่ตอบ 2014-02-06 14:33:01


ความคิดเห็นที่ 1 (154888)

โรงเรียนคลองบางปิ้งสวยมาก พึ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่โรงเรียนเทศบาลเลิงนกทา โรงเรียนคลองบางปิ้งสยว น่ารัก น่าอยู่ อยาก กลับไปอยู่ด้ยเด้

ผู้แสดงความคิดเห็น ด.ญ.ศศิกานต์ ไกยสิทธิ์ (sasakan-dot-_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-03-03 10:28:30



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





kbp_53@hotmail.com
<

โรงเรียนคลองบางปิ้ง
ที่อยู่ :  เลขที่ 99/1 หมู่ 5 ตำบล : บางเมือง อำเภอ : เมือง
จังหวัด :สมุทรปราการ      รหัสไปรษณีย์ : 10270
เบอร์โทร :  0-2385-6659
อีเมล : kbp_53@hotmail.com
เว็บไซต์ : klongbangpingschool.com